ประวัติความเป็นมาของบริการซักอบรีด

ประวัติความเป็นมาของบริการซักอบรีด

การซักผ้าในอารยธรรมยุคแรกที่เครื่องนุ่งห่มทำจากขนสัตว์เป็นหลัก จะซักกันในแม่น้ำซึ่งใช้การบิดและตบเสื้อผ้ากับก้อนหินหรือไม้พายเพื่อช่วยให้สิ่งสกปรกในใยผ้าผลุดออกมาได้เร็วขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้พลังงานของกล้ามเนื้อเป็นจำนวนมาก ร่วมกับการใช้ไขมันสัตว์หรือน้ำด่าง (โซดาไฟ/โซเดียมไฮดรอกไซด์/NaOH) นอกจากนี้ยังมีการใช้สารทำความสะอาดอื่น ๆ เช่น เกลือเคมี natron (Na 2 CO 3 ) ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดที่ได้รับความนิยมสำหรับทั้งร่างกายและเสื้อผ้าในอียิปต์โบราณ อีกทั้งยังเป็นส่วนผสมในการทำแก้วและเป็นสารกันบูดที่ใช้ในการทำมัมมี่ด้วย การซักเสื้อผ้าจึงเป็นกิจกรรมที่ทำไม่บ่อยเหมือนทุกวันนี้ และเป็นงานที่มอบหมายให้ผู้ชายเป็นคนทำ

ภาพเขียนพบบนผนังของฟูลโลนิกา (บริการซักรีด) ที่ปอมเปอี
ภาพเขียนพบบนผนังของฟูลโลนิกา (บริการซักรีด) ที่ปอมเปอี Photo Credit: Ermakvagus

ชาวโรมันในกรุงโรมเป็นกลุ่มชนแรกที่มีบริการซักรีดสาธารณะ โดยชาวโรมันในสมัยนั้นจะไม่ทำการซักเสื้อผ้าในบ้านของตนเอง แต่จะนำเสื้อผ้าใช้แล้วไปที่ “ฟูลโลนิกา” ซึ่งเปรียบเหมือนสถานที่ซักแห้งสาธารณะ และถือเป็นหน้าที่ของกลามชายใช้แรงงานที่เรียกว่า “ฟูลโลนส์” ซึ่งมีหน้าที่ทำความสะอาดและดูแลเสื้อผ้าที่ใช้แล้วของคนทั้งเมือง

The Fullery of Stephanus, Pompeii, Italy
The Fullery of Stephanus, Pompeii, Italy. Photo : Eric Vandeville/akg-images

โดยเสื้อผ้าจะถูกแช่ในอ่างหรือถังแล้วใช้เท้าเหยียบเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ในเนื้อผ้าให้หลุดออกมา จากนั้นก็จะนำไปแขวนไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วก็จะทำการแปรงผ้าขนสัตว์ต่าง ๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของชุมชนซักรีดในประวัติศาสตร์โลก


การซักผ้าในสมัยยุโรปโบราณ

ชาวยุโรปยุคกลางซักผ้าด้วยตัวเอง โดยจะซักบนฝั่งแม่น้ำ และมีการใช้ไม้กระดานขัดถูเป็นเครื่องทุ่นแรง
ชาวยุโรปยุคกลางซักผ้าด้วยตัวเอง โดยจะซักบนฝั่งแม่น้ำ และมีการใช้ไม้กระดานขัดถูเป็นเครื่องทุ่นแรง

ต่างจากกรุงโรม ชาวยุโรปยุคกลางซักผ้าด้วยตัวเองมากกว่าการใช้บริการสาธารณะ ซึ่งการซักผ้า ส่วนใหญ่มักจะทำบนฝั่งแม่น้ำ และมีการใช้ไม้กระดานขัดถูเป็นเครื่องทุ่นแรง และจะทำการกวนเสื้อผ้าในน้ำที่ไหลผ่านเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและทำให้ผ้าเรียบเมื่อแห้ง หลังจากซักอย่างทั่วถึงแล้ว เสื้อผ้าก็ถูกวางราบกับพื้นเพื่อให้แสงแดดทำการฟอกขาวและทำให้แห้ง

ต่อมาในยุคกลาง ครัวเรือนส่วนใหญ่เริ่มซักผ้าเอง โดยมีผู้หญิงรับช่วงต่อ หลายเมืองทั่วยุโรปได้พัฒนาโรงอาบน้ำหรือห้องน้ำรวม ซึ่งเป็นอ่างหินขนาดใหญ่หรือไม้ที่กักน้ำ ซึ่งผู้หญิงจะรวมตัวและซักผ้าด้วยกัน ในยุคนี้เองที่ผู้คนเริ่มค้นพบประสิทธิภาพของการใช้น้ำร้อนในการช่วยกำจัดคราบสกปรกบนเส้นใยผ้า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบหม้อน้ำทองแดงขนาดใหญ่ในโรงอาบน้ำ และเริ่มมีการใช้สบู่ในการซักผ้าของผู้มีฐานะ ซึ่งในยุคแรกทำจากขี้เถ้าและไขมันสัตว์


การปฏิวัติอุตสาหกรรม

ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการผลิตเครื่องซักผ้าสมัยใหม่รุ่นแรกด้วยกลไกแบบมือหมุน ซึ่งประกอบด้วยฐานของอ่าง ไม้พาย และด้ามจับเพื่อใช้หมุนพร้อมด้วย mangle ซึ่งเป็นเครื่องรีดน้ำซึ่งช่วยประหยัดพลังงานและเวลาจากการบิดเสื้อผ้าด้วยมือ

เครื่องซักผ้าเครื่องแรกได้รับการออกแบบโดย H. Sidgier แห่งบริเตนใหญ่ในปี ค.ศ. 1782 ประกอบด้วยกรงที่มีแท่งไม้และที่จับสำหรับหมุน Photo Credit: Wikipedia
เครื่องซักผ้าเครื่องแรกได้รับการออกแบบโดย H. Sidgier แห่งบริเตนใหญ่ในปี ค.ศ. 1782 ประกอบด้วยกรงที่มีแท่งไม้และที่จับสำหรับหมุน Photo Credit: Wikipedia

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าเครื่องซักผ้าไฟฟ้าระบบอัตโนมัติถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อไหร่ แต่การ โฆษณาสำหรับเครื่องซักผ้าสมัยใหม่เริ่มปรากฏในปี 1907 จึงถือเป็น “เครื่องซักผ้าไฟฟ้าเครื่องแรก” ซึ่งเป็นผลงานการประดิษฐ์ของบริษัท Alva J Fisher’s Mighty Thor

Photo Credit: Denice Hernandez
Photo Credit: Denice Hernandez

ซึ่งคุณสมบัติบางอย่างยังคงมีให้เห็นในเครื่องซักผ้าสมัยใหม่ โดยได้มีการพัฒนาด้วยการเสริมระบบน้ำอุ่นเข้าไว้ด้วย


บริการซักอบรีดสมัยใหม่

แม้ว่าจะมีการค้นพบประวัติของพนักงานบริการซักผ้าในสมัยก่อนยุคกลาง แต่บริการซักรีดเชิงพาณิชย์เริ่มขึ้นจากกลุ่มผู้อพยพชาวจีนในกรุงนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผู้อพยพชาวจีนกลุ่มแรกที่เข้ามายังสหรัฐอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และยึดอาชีพเป็นพนักงานร้านซักรีดเป็นหลัก

Family-run Chinese laundry in California around 1910.
Family-run Chinese laundry in California around 1910. Photo Credit: California State Library

การเติบโตของร้านซักรีดจีนในกรุงนิวยอร์ค

ในปี พ.ศ. 2394 Wah Lee เปิดร้านซักผ้าด้วยมือแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา หน้าร้านเล็ก ๆ ที่เขาเช่าในซานฟรานซิสโกมีป้ายหน้าร้านว่า “Wash’ng and Iron’ng” ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ธุรกิจของเขาได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีพนักงานกว่า 20 คนทำงาน 3 กะต่อวัน ทำให้ธุรกิจซักรีดเป็นธุรกิจในอุดมคติสำหรับผู้อพยพชาวจีนในสหรัฐอเมริกาในสมัยนั้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีทักษะพิเศษใด ๆ อีกทั้งเป็นงานบริการที่ผู้อพยพชาวยุโรป-อเมริกันมองว่าเป็นงานที่ไม่พึงปรารถนา เนื่องจากงานซักรีดต้องใช้เวลาหลายวันในการทำงานหนักและเสี่ยงต่ออันตราย ซึ่งต้องทำงานใกล้กับหม้อต้มน้ำเดือดและเตารีด ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1870 ร้านซักรีดของจีนได้เปิดดำเนินการในทุกเมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกาที่มีประชากรชาวจีนอาศัยอยู่